จำหน่ายแผ่นเหล็กดำ SS400
กดที่ลูกศรเพื่อดูรูปสินค้าจริง
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 1.5mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 2.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 2.5mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 3.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 4.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 5.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 6.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 8.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 9.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 10.0mm. 4'x8' ➡️
-
แผ่นเหล็กดำ SS400 12.0mm. 4'x8' ➡️
ติดต่อสั่งซื้อ
คู่มือครบจบเรื่อง "แผ่นเหล็กดำ SS400": คุณสมบัติ การใช้งาน และทำไมถึงเป็นที่นิยมที่สุดในงานก่อสร้าง
นวงการก่อสร้างและอุตสาหกรรม “แผ่นเหล็กดำ SS400” (Hot Rolled Steel Sheet SS400) ถือเป็นวัสดุพระเอกที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้รับเหมาที่กำลังขึ้นโครงสร้างอาคาร หรือโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร การทำความเข้าใจในคุณสมบัติและมาตรฐานของเหล็กชนิดนี้จะช่วยให้คุณเลือกใช้วัสดุได้คุ้มค่า ปลอดภัย และตรงตามสเปกงานมากที่สุด
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของแผ่นเหล็กดำ SS400 ตั้งแต่ความหมายของรหัส คุณสมบัติทางกล ไปจนถึงการนำไปใช้งานที่ถูกต้อง
แผ่นเหล็กดำ SS400 คืออะไร?
แผ่นเหล็กดำ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า เหล็กแผ่นรีดร้อน (Hot Rolled Steel Sheet) คือเหล็กที่ผ่านกระบวนการรีดลดขนาดที่อุณหภูมิสูงกว่า $1,000^\circ\text{C}$ ทำให้เนื้อเหล็กมีความยืดหยุ่นสูง ขึ้นรูปง่าย ผิวภายนอกมักมีสีเทาดำหรือสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งเกิดจากออกไซด์ถลุงเหล็ก (Mill Scale)
ถอดรหัสคำว่า “SS400”
คำว่า SS400 ไม่ใช่แค่ชื่อรุ่น แต่เป็นรหัสมาตรฐานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (JIS G3101) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย โดยมีความหมายดังนี้:
SS (Steel Structure): หมายถึง เหล็กสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป
400: หมายถึง ค่าความต้านทานแรงดึงต่ำสุด (Minimum Tensile Strength) ที่ $400 \, N/mm^2$ (หรือ MPa)
ข้อควรรู้: เหล็ก SS400 จัดเป็นเหล็กคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Steel) ซึ่งมีปริมาณคาร์บอนไม่เกิน 0.2% ทำให้มีความเหนียวและเชื่อมประกอบได้ง่าย
4 คุณสมบัติเด่นที่ทำให้เหล็ก SS400 ครองตลาด
เชื่อมง่าย (Excellent Weldability):
ด้วยปริมาณคาร์บอนที่ต่ำ ทำให้เหล็ก SS400 สามารถเชื่อมประสานได้ดีเยี่ยม รอยเชื่อมมีความแข็งแรง ไม่แตกร้าวร้าวได้ง่าย เหมาะสำหรับงานขึ้นรูปโครงสร้างที่ซับซ้อน
ความเหนียวและยืดหยุ่นสูง (Ductility):
เหล็กเกรดนี้สามารถดัดโค้ง พับ หรือขึ้นรูปเย็นได้ดีโดยไม่ฉีกขาด ซึ่งจำเป็นมากสำหรับงานชิ้นส่วนเครื่องจักรหรืองานสถาปัตยกรรม
รับแรงดึงได้ตามมาตรฐาน:
แม้จะไม่ใช่เหล็ก High Tensile แต่ค่า Tensile Strength ที่ $400-510 \, N/mm^2$ ก็เพียงพอสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป (General Structure) ที่ไม่ได้รับแรงดันมหาศาล
ราคาประหยัด (Cost-Effective):
เมื่อเทียบกับเหล็กเกรดพิเศษอื่นๆ SS400 มีราคาที่เข้าถึงง่าย หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านค้าวัสดุก่อสร้างชั้นนำ ช่วยคุมงบประมาณโครงการได้ดี
การใช้งานแผ่นเหล็กดำ SS400 ที่เหมาะสม
ความอเนกประสงค์ของ แผ่นเหล็กดำ SS400 ทำให้มันเข้าไปอยู่ในเกือบทุกอุตสาหกรรม ตัวอย่างการใช้งานได้แก่:
งานก่อสร้างอาคาร: ใช้ทำเพลทหัวเสา (Base Plate), แผ่นประกับ, โครงสร้างหลังคา, และคานบันได
งานสาธารณูปโภค: ใช้ทำสะพาน, ท่อน้ำขนาดใหญ่, และงานเขื่อน
อุตสาหกรรมยานยนต์: ใช้ปั๊มขึ้นรูปทำแชสซีรถยนต์ (Chassis) หรือชิ้นส่วนตัวถังรถบรรทุก
เครื่องจักรกล: ใช้ทำฐานเครื่องจักร, ถังบรรจุของเหลว, และชิ้นส่วนเกษตรกรรม
งานตกแต่ง: ใช้ทำผนัง Loft หรือเฟอร์นิเจอร์สไตล์ Industrial
ตารางเปรียบเทียบสเปกเบื้องต้น (JIS G3101)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนทางวิศวกรรม นี่คือค่าทางเคมีและกลศาสตร์เบื้องต้นของ SS400:
| คุณสมบัติ | ค่ามาตรฐาน |
| Carbon (C) | ไม่กำหนด (โดยทั่วไป $\approx 0.17\%$) |
| Manganese (Mn) | ไม่กำหนด |
| Phosphorus (P) | สูงสุด $0.050\%$ |
| Sulfur (S) | สูงสุด $0.050\%$ |
| Yield Strength | $\ge 245 \, N/mm^2$ (ขึ้นอยู่กับความหนา) |
| Tensile Strength | $400 – 510 \, N/mm^2$ |
ข้อควรระวังและการดูแลรักษา
แม้ เหล็กดำ SS400 จะแข็งแรง แต่จุดอ่อนสำคัญคือ “สนิม” เนื่องจากผิวเหล็กไม่ได้ผ่านการเคลือบสารกันสนิมมาจากโรงงาน (มีเพียงน้ำมันเคลือบกันสนิมชั่วคราว)
ก่อนใช้งาน: ควรทำความสะอาดผิวเหล็ก ล้างคราบน้ำมันและขัดสนิมผิวออก
การป้องกัน: ต้องทาสีกันสนิม (Primer) และสีทับหน้า หรือนำไปผ่านกระบวนการชุบสังกะสี (Hot Dip Galvanized) หากต้องใช้งานภายนอกอาคารเพื่อยืดอายุการใช้งาน
บทสรุป: เลือกแผ่นเหล็กดำ SS400 อย่างไรให้ได้ของดี?
การเลือกซื้อ แผ่นเหล็กดำ SS400 ให้ได้คุณภาพ ไม่ใช่ดูแค่ราคาถูกที่สุด แต่ควรพิจารณาจาก:
ใบรับรองมาตรฐาน: ต้องมีใบ Mill Certificate รับรองส่วนผสมทางเคมีและผลทดสอบแรงดึง
ความเต็มของขนาด: ความหนาและน้ำหนักต้องได้มาตรฐาน (ไม่เป็นเหล็กเบา หรือเหล็กตกสเปก)
ผิวเรียบ: ไม่มีรอยแตก หลุมลึก หรือสนิมขุมกินเข้าไปในเนื้อเหล็ก
เหล็ก SS400 คือรากฐานสำคัญของความมั่นคงในงานก่อสร้าง การเลือกใช้เหล็กที่ได้มาตรฐาน คือการลงทุนกับความปลอดภัยระยะยาวครับ